เรื่อง

ไอเดียชุดราตรี ใส่ไปงานเจ้าสาว อินสไปร์จากเจ้าหญิงดิสนีย์ ในชีวิตจริง!

ไอเดียชุดราตรี ใส่ไปงานเจ้าสาว อินสไปร์จากเจ้าหญิงดิสนีย์ ในชีวิตจริง!

ไอเดียชุดราตรี เหล่าสาวกเทพนิยายจอรอชุดสวยใส่ไปร่วมงาน อินสไปร์จากเจ้าหญิงดิสนีย์ ที่สามารถสวมใส่ได้แล้วในชีวิตจริง  งานนี้ความสวยงามของเหล่าตัวละครในเทพนิยายก็ไม่ได้มีแค่ในนิทานอีกต่อไปค่ะ เพราะแบรนด์เสื้อผ้า Paolo Sebastian ได้ร่วมกับ Disney ออกแบบคอลเลกชั่น Spring/Summer 2018 ภายใต้ชื่อ Once Upon A Dream เนรมิตเสื้อผ้าและแฟชั่นโชว์ที่จะพาสาวๆ ไปผจญภัยในโลกแห่งเทพนิยายของ Disney กันแบบตื่นตาตื่นใจ!

โดยคอลเลกชั่น Once Upon A Dream ได้ถ่ายทอดความสวยงามน่ารักของตัวละครดิสนีย์ผ่านชุดราตรี และชุดแต่งงานกว่า 34 ชุด ซึ่งแต่ละชุดก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวละครจากดิสนีย์นั่นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ซินเดอเรลล่า, สโนไวท์, บิวตี้แอนด์เดอะบีสต์ และเจ้าหญิงอื่นๆ จากดิสนีย์อีกเพียบ! ซึ่งแต่ละชุดก็สามารถนำมาใส่ได้จริง ไม่ได้เป็นดีไซน์ที่หรูอลังเกินความเป็นจริงค่ะ ใครที่มองหาไอเดียชุดราตรีเก๋ๆ หรือชื่นชอบดิสนีย์เป็นชีวิตจิตใจ มาส่องความสวยของคอลเลกชั่นนี้กันเลยค่า

PSS/S1804 – Tulle ball gown with wave embroidery. #Disney #OnceUponADream

A post shared by Paolo Sebastian (@paolo_sebastian) on

PSS/S1806 – Caped play dress with floral embroidery.#Disney #OnceUponADream

A post shared by Paolo Sebastian (@paolo_sebastian) on

PSS/S1818 – Dégradé side-skirt gown with illusion neckline. #Disney #OnceUponADream

A post shared by Paolo Sebastian (@paolo_sebastian) on

PSS/S1819 – Tulle ball gown with 3D floral embroidery. #Disney #OnceUponADream

A post shared by Paolo Sebastian (@paolo_sebastian) on

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ พอจะมีชุดไหนโดนใจใส่ไปร่วมงานแต่งได้บ้างรึป่าวแอดมินว่า หลายๆชุดสวยจนนำไปเป็นชุดแต่งงานได้เลยนะเนี่ย มีใครเห้นด้วยบ้าง ขอบคุณข้อมูลจาก  Paolo Sebastian

ข้อมุลอื่นๆเพิ่มเติม ชุดไทย 

 

 

แบบชุดแต่งงาน ไทย สมัยออเจ้า

แบบชุดแต่งงาน ไทย สมัยออเจ้า

ชุดแต่งงาน เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย วันนี้เราจะมาย้อนให้ดูชุดแต่งงานช่วงอยุธยาตอนปลายที่เคยปรากฏอยู่ในละครเรื่องต่างๆ ยกตัวอย่าง ละครยอดฮิตเรื่อง พิศสวาท  เป็นชุดแต่งงานไทยโบราณของฝ่ายเจ้าสาว ที่แต่งเลียนแบบชุดในยุคสมัยนั้น ประกอบด้วยผ้า 3 ผืน ซึ่งเป็นผืนเด็ดๆที่ทั้งสวยงามและสูงค่าด้วยกันทั้งหมด

ผ้านุ่งผืนงาม จาก “ผ้าเข้มขาบ” ผ้าทอไหมยกดิ้นไหมทองเป็นลายริ้วทั้งผืน โดยในสมัยอยุธยาจัดเป็นผ้าที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ผู้ที่ครอบครองจึงต้องเป็นผู้มีอันจะกิน มีฐานะ  อย่างน้อยพื้นเพเดิมก็ต้องเป็นครอบครัวขุนน้ำขุนนางมีเงินอยู่ในเกณฑ์คหบดีมิใช่ชาวบ้านไก่กา ส่วนลักษณะการนุ่งเป็นแบบจีบมีกรวยเชิงซึ่งเป็นส่วนที่แสดงความวิจิตรตระการตาของผ้า หรือที่เราคุ้นเคยในชื่อ “จีบหน้านาง”

จากผ้านุ่งก็ต่อด้วยผ้าสไบแพรจีบสีเขียวเข้มมาห่มแล้วทับด้วยผ้าสะพักแดงเข้มและแต่งด้วยเครื่องถนิมพิมพ์พาภรณ์เป็นอันจบพิธี โดยได้เลือกแต่งสีตามวันอย่างความเชื่อโบราณและใช้คู่สีที่ตัดกันอย่างโดดเด่นเนื่องมาจากการค้นคว้าของผู้แต่งที่พบว่าผู้คนในยุคนั้นนิยมแต่งกายด้วยสีสดและตัดกัน

สำหรับการแต่งกายของเชื้อพระวงศ์ที่คนธรรมดาสามัญไม่อาจใช้ได้นั้นจะใช้ผ้ากรองทองนุ่งห่มแทนผ้าสะพัก ซี่งผ้าสะพักนั้นถือว่าหรูหราสมฐานะสำหรับคนธรรมดาแล้ว

ชุดกาบคำ

เรื่องราวในประวัติศาสตร์เล่าถึง “ชุดกาบคำ” ว่าเป็นเครื่องแต่งกายในวาระพิเศษของกษัตริย์แห่งราชสำนักมัณฑะเลย์ นอกจากนี้ยังเป็นชุดที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเครื่องยศแก่เจ้าฟ้า มหาเทวี เมืองเชียงตุงและไทยใหญ่ รวมถึงหัวเมืองประเทศราชและรัฐในปกครองทั้งหลาย ที่ได้ส่งเครื่องบรรณาการมาถวายเพื่อขอสวามิภักดิ์ ซึ่งการมอบ ชุดกาบคำ ให้ในลักษณะนี้นอกจากจะเป็นการเผยแผ่วัฒนธรรมการแต่งกายแล้ว ยังเป็นเหมือนการส่งมอบสัญลักษณ์ให้คนในปกครองได้ใช้ร่วมกัน ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของหลายประเทศในยุคล่าอาณานิคม นอกจากนี้ ชุดกาบคำ ยังได้รับอิทธิพลมาจาก “ชุดมหาลดา” ของราชสำนักพม่า ซึ่งได้รับช่วงต่อมาจากพุทธศาสนาอีกทอดหนึ่ง เกี่ยวกับ “ชุดมหาลดาปสาธน์” ของนางวิสาขามหาอุบาสิกา ที่มีการปักดิ้นเงินดิ้นคำ เพชรนิลจินดาและสวมชฎารูปนกยูง ตามพุทธประวัติอีกด้วย

ผ้าซิ่นไหมคำเมืองเชียงตุง

เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าซิ่นบัวคำ เป็นซิ่นของราชสำนักไทเขิน  เนื่องด้วยเชียงตุงเป็นเมืองการค้าระหว่างล้านนา จีน พม่า จึงรับเอาวัฒธรรมต่างๆมาผสมผสานผ่านผืนผ้าได้อย่างลงตัว ตัวซิ่นจะทอยกมุมด้วยไหมคำโดยนำทองคำหรือเงินหรือกาไหล่ทอง มารีดเป็นเส้นแบบยาว แล้วเอามาตีเกลียวกับเส้นใย ส่วนมากเป็นฝ้ายแล้วนำมาทอ

ชุดผ้าซิ่นตีนจก

เป็นการแต่งกายนุ่งซิ่นตีนจก เป็นการห่มผ้า ใช้เครื่องประดับเกล้าผมอย่างล้านนาชัดเจน ก่อนที่จะมาเปลี่ยนการแต่งกายให้เหมือนอย่างชาวอยุทธยา ในภายหลัง

ชุดกุลสตรีไทย

เป็นการนุ่งโจงกระเบน เวลาไปวัดก็จะมีห่มสไบด้วย พัฒนามาถึงตอนอยู่ที่พระนคร ก็จะแต่งตัวขึ้นมาอีกนิดหนึ่งเป็นเสื้อแขนยาวปิดถึงคอเลย มีพัฒนาการในการแต่งตัวสวยงามตามยุคนั้นๆ